การจัดตั้งธุรกิจ SMEs

May 22, 2020
1 min read
Updated: Jul 8, 2021
3 Steps เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้เริ่มต้นประกอบธุรกิจ
Step 1 เลือกรูปแบบธุรกิจ
การเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการ เราควรเข้าใจรูปแบบของธุรกิจกันก่อน เพื่อเลือกให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของการเปิดกิจการและการวางแผนเติบโตในอนาคต โดยรายละเอียดมีดังนี้
1. กิจการเจ้าของคนเดียว
เจ้าของเป็นผู้ลงทุนและบริหารงาน มีความคล่องตัวในการตัดสินใจ จัดตั้งง่าย แต่หาแหล่งเงินทุนค่อนข้างยาก มีความน่าเชื่อถือน้อยและรับผิดชอบต่อหนี้สินของกิจการอย่างไม่จำกัด
รูปแบบภาษี: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน
ผู้เริ่มก่อตั้ง 2 คนขึ้นไป บริหารงานร่วมกัน ผู้เป็นหุ้นส่วนสามารถลงหุ้นด้วย เงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงาน การจัดหาเงินทุนทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล และหุ้นส่วนทุกคนยังคงรับผิดชอบต่อหนี้สินของห้างอย่างไม่จำกัด
รูปแบบภาษี: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเมื่อห้างแบ่งผลกำไรให้หุ้นส่วน หุ้นส่วนต้องนำไปเสียภาษีบุคคลธรรมดาอีกด้วย
3. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
ผู้เริ่มก่อตั้ง 2 คนขึ้นไป จัดตั้งเป็นนิติบุคคล บริหารงานโดยหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดชอบต่อหนี้สินของห้างอย่างไม่จำกัด ห้างหุ้นส่วนมีหน้าที่ทำบัญชี ส่งงบการเงินและเก็บรักษาบัญชี
รูปแบบภาษี: ภาษีเงินได้นิติบุคคล
4. ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ผู้เริ่มก่อตั้ง 2 คนขึ้นไป จัดตั้งเป็นนิติบุคคล บริหารงานโดยหุ้นส่วนผู้จัดการ มีหุ้นส่วน 2 ประเภท ได้แก่
- ประเภทจำกัดความรับผิดชอบ คือรับผิดชอบไม่เกินจำนวนเงินที่ตกลงจะนำมา แต่ไม่มีอำนาจจัดการ
- ประเภทไม่จำกัดความรับผิดชอบ คือรับผิดชอบหนี้สินห้างอย่างไม่จำกัด และมีสิทธิเป็นผู้จัดการ
ห้างหุ้นส่วนมีหน้าที่ทำบัญชี ส่งงบการเงินและเก็บรักษาบัญชี
รูปแบบภาษี: ภาษีเงินได้นิติบุคคล
5. บริษัทจำกัด
ผู้ร่วมก่อการ 3 คนขึ้นไป จัดตั้งเป็นนิติบุคคล มีความน่าเชื่อถือสูง สามารถหาแหล่งเงินทุนได้ง่าย และผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดชอบในหนี้สินของกิจการอย่างจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนที่ตนยังชำระไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถืออยู่เท่านั้น
บริษัทมีหน้าที่ทำบัญชี ส่งงบการเงิน ทำสมุดทะเบียนหุ้น จัดให้มีการประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้น
รูปแบบภาษี: ภาษีเงินได้นิติบุคคล
Step 2 ขออนุญาตประกอบธุรกิจและจดทะเบียน
เมื่อเราเลือกรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมแล้ว เราก็ต้องทำความเข้าใจการขออนุญาตประกอบกิจการและการจดทะเบียน เพื่อประเมินว่าธุรกิจของเราจำเป็นต้องจดทะเบียนในเรื่องใดบ้าง
1. การจดทะเบียนพาณิชย์
ใครบ้างที่ต้องจด?
บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัท ที่ประกอบธุรกิจขายสินค้าตามที่กำหนดโดยกระทรวงพาณิชย์ โดยต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบพาณิชยกิจ
ทำไมต้องจดทะเบียนพาณิชย์?
เพื่อเป็นหลักฐานการค้า, ใช้เป็นเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ และเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้ามั่นใจในการรับสินค้าหรือบริการ
2. การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ใครบ้างที่ต้องจด?
บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัท
ที่ทำธุรกิจออนไลน์ เช่น การขายสินค้าออนไลน์ ทางเว็บไซต์ หรือสื่อออนไลน์, บริการอินเทอร์เน็ต, ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย, ให้บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ
ขอรับเครื่องหมาย DBD Registered?
เมื่อจดทะเบียนแล้วสามารถขอรับเครื่องหมายเพื่อนำไปติดบนเว็บไซต์ และช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้น
3. การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล/ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ใครบ้างที่ต้องจด?
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบห้างหุ้นส่วนที่มีสภาพเป็นนิติบุคคล
4. การจดทะเบียนบริษัท
ใครบ้างที่ต้องจด?
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัด
Step 3 ทำความเข้าใจภาษีและประกันสังคม
1. ภาษี
ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจเบื้องต้นเรื่องภาษีในแต่ละรูปแบบดังนี้
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีธุรกิจเฉพาะ
อากรแสตมป์
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ภาษีป้าย
2. ประกันสังคม
นายจ้างต้องติดต่อขึ้นทะเบียนลูกจ้าง/ผู้ประกันตน ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มจ้างงาน

#เริ่มต้นจัดตั้งกิจการ #SMEs #รูปแบบธุรกิจ #การจดทะเบียนจัดตั้ง #ภาษีเบื้องต้นที่ควรรู้
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า




Mijn ervaringen in Nederland doen vermoeden dat het team op de wedstrijddag veel verschil maakt. Technologie is uiteraard van belang, maar zonder ervaren toezichthouders kan die al snel problemen opleveren. Ik hielp eens als vrijwilliger bij een plaatselijk evenement op geringe afstand van Crystal Roll; het was goed zichtbaar hoe afstemming buiten beeld de dag vlot liet verlopen. Bij het werk komt veel meer kijken dan chips voor tijdwaarneming. Communicatie, inrichting, problemen verhelpen en voorbereiding op onvoorziene kwesties zijn er allemaal onderdeel van. Door doeltreffende samenwerking krijgt het gehele evenement een professioneler gevoel, dat deelnemers opmerken zonder precies te begrijpen waarom.