• Twenty Four Audit And Accounting

ค่ารับรองลงเป็นรายจ่ายกิจการได้อย่างไร

Updated: Feb 20, 2021

ค่ารับรองที่เกิดขึ้นในกิจการไม่สามารถนำมาเป็นรายจ่ายในบริษัทได้ หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ดังนั้นมาดูกันว่าทำอย่างไรให้นำค่ารับรองมาบันทึกเป็นรายจ่ายได้


ค่ารับรองแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

  1. ค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการรับรองหรือการบริการ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูมหรสพ เป็นต้น

  2. ค่าสิ่งของที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือการบริการ

ค่ารับรองสามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายได้เมื่อเข้าเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้

กรณีค่าใช้จ่าย

  1. ต้องเป็นค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการรับรองหรือการบริการ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูมหรสพ

  2. ต้องเป็นการรับรองตามธรรมเนียม ประเพณีธุรกิจทั่วไป

  3. ผู้ที่ได้รับการรับรองหรือรับบริการต้องไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เว้นแต่ลูกจ้างมีหน้าที่เข้าร่วมในการรับรองหรือการบริการนั้นด้วย

  4. ต้องมีกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้จัดการหรือผู้ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าวเป็นผู้อนุมัติหรือสั่งจ่ายค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น

  5. ต้องมีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับเงิน

กรณีค่าสิ่งของ

  1. มูลค่าของสิ่งของที่ให้ต้องไม่เกิน 2,000 บาทต่อคน

  2. ต้องเป็นการรับรองตามธรรมเนียม ประเพณีธุรกิจทั่วไป

  3. ผู้ที่ได้รับของขวัญต้องไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

  4. ต้องมีกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้จัดการหรือผู้ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าวเป็นผู้อนุมัติหรือสั่งจ่ายค่าสิ่งของ

  5. ต้องมีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับเงิน

เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว จำนวนเงินรวมที่สามารถนำมาเป็นรายจ่ายได้รวมกันต้อง

  • ไม่เกิน 0.3% ของจำนวนเงินยอดรายได้หรือยอดขายที่ต้องนำมารวมหรือคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชี หรือ

  • ไม่เกิน 0.3% ของจำนวนเงินทุนที่ได้รับชำระแล้วถึงวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า และสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท


ค่าเลี้ยงรับรองลูกค้าเป็นส่วนที่สำคัญในการประกอบธุรกิจเช่นกัน ดังนั้นผู้ประกอบการควรเข้าใจในเงื่อนไขของค่ารับรองหรือค่าบริการ เพื่อช่วยให้สามารถนำมารวมเป็นรายจ่ายและไม่เสียประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี


อ้างอิง: กรมสรรพากร